วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เทคนิคการสปอนเซอร์

เทคนิคการสปอนเซอร์ (ผมหวังอย่างยิ่งเพื่อประโยชน์ในการนำไปใช้ของพวกเราทุกคน ปริ้นออกมา อ่านก่อนนอนหรือยามว่างให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วเมื่อเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้วก็ทิ้งมันไปซะอย่าเอามาเปิดดูไปสปอนเซอร์ไป มันจะทำให้คุณพะวง ขาดสมาธิไม่เป็นธรรมชาติ)
ผู้บริโภค หรือ ผู้มุ่งหวัง เด๋วนี้ไม่เหมือนเดิม 

“เท่าที่ได้ประมวลสถานการณ์มาทั้งหมดจากทุกกลุ่มธุรกิจ ค้นพบว่า กลุ่มผู้บริโภคหรือกลุ่มผู้มุ่งหวัง หรือกลุ่มเป้าหมาย นั้น มองความแตกต่างของสินค้าหรือธุรกิจไม่ออก
ผู้คนสมัยนี้ส่วนมากไม่พร้อมจะรับฟังอะไร? กลุ่มผู้มุ่งหวังหรือลูกค้าก็ยังไม่ใช่กลุ่มที่เราคิดไว้อีก”

การที่เราจะมาตั้งเป้า…คาดหวังว่า การทำตลาดหรือการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จขึ้นมาได้นั้น ก็แค่เป็นการติดต่อสื่อสารระหว่าง ผู้ขาย(นักธุรกิจ) กับผู้บริโภค(ผู้มุ่งหวัง) ก็คงจะเป็นการตั้งเป้าคาดหวังที่คลาดเคลื่อนเสียแล้ว เพราะเราก็ได้รู้กันอยู่แล้วว่า เมื่อเราสื่อสารไปแล้ว พวกเขากับไม่สามารถรับรู้…เข้าใจ แล้วมันจะไปมีผลอะไร….ไม่มีใครอยู่รอฟังการนำเสนออย่างเดิมๆกันอีกแล้ว …

เมื่อเป็นแบบนี้ ….ถ้าใครยังคิดอีกว่า การสื่อสารเฉพาะในสิ่งที่ต้องการให้พวกเขาสนใจ หรือ การใช้สื่อต่างๆติดต่อกับพวกเขาอย่างต่อเนื่อง นั้น…เป็น ปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบันให้ประสบความสำเร็จ 
ก็ถือว่า คุณเข้าใจผิดเสียแล้ว

แต่ที่ควรจะทำน่าจะเป็นว่า…. ธุรกิจที่จะอยู่รอดได้ในปัจจุบันคือ “ธุรกิจของความคิด” ความคิดที่ว่านี้ไม่ใช่ความคิดหรือการติดต่อสือสารกับผู้บริโภค(ผู้มุ่งหวัง)เท่านั้น หากแต่เป็นความคิดเชิงรุกที่จะสามารถดึงดูดและกุมความคิดของ ผู้บริโภค(หรือ ผู้มุ่งหวัง)เอาไว้ให้ได้
การนำเสนอใดๆในสมัยนี้ เราต้องคำนึงถึงผลกระทบว่า คนเราเด๋วนี้ไม่ค่อยสนใจที่จะแบ่งแยกความแตกต่างของสินค้า/ธุรกิจหรือบริการอีกต่อไปแล้ว ขณะเดียวกัน ความรู้สึกที่มีต่อการโฆษณาหรือการรับรู้ก็เปลี่ยนไป การต่อสู้ของธุรกิจในโลกยุคใหม่ไม่ใช่การต่อสู่กับ สินค้าแบรนด์ ของคู่แข่งของเราเท่านั้น แต่เป็นการต่อสู้กับการ นำเสนอสินค้าในทุกๆรูปแบบ

พึงระลึกไว้ว่าผู้บริโภคในยุคนี้ ต้องอยู่ท่ามกลางสื่อโฆษณาสินค้า หรือโอกาสทางธุรกิจมากมายหลายชนิด ไม่ได้มีเพียงเฉพาะธุรกิจหรือสินค้าของเราเท่านั้น อะไรที่สะดุดหูสะดุดตาผู้บริโภคย่อมดึงความสนใจไปจากเราได้ทั้งนั้น
เอ้ย….

คำกล่าวข้างต้น นี่ไม่ใช่ของผม นะจ๊ะ จะบอกให้ ผมเป็นเพียงผู้เรียบเรียงให้เข้าใจง่ายขึ้นเท่านั้น แต่มาจาก อดัม มอร์แกน ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนภาคพื้นยุโรปร่วมของ TBWA ซึ่งเป็นหนึ่งในสำนักงานโฆษณาระดับโลกที่ใหญ่ที่สุด 
จากที่อาดัมได้กล่าวไว้ข้างต้น เพื่อนๆคงทราบกันได้ทันทีว่า ทุกธุรกิจพยายาม ทุกวิถีทางที่จะกุมความคิดความรู้สึกของพวกเราผู้บริโภค…พวกเราเองในฐานะเจ้าของกิจการ เราเอง หากต้องการอยู่รอดและเป็นดาวจรัสแสง ก็ต้องกระทำเช่นเดียวกัน  

แต่ว่า…สิ่งที่พวกเราจะต้องทำนั้นง่ายกว่ามาก เพราะ เราเพียงแค่นำเสนอ ความจริง ให้ความรู้ที่แท้จริง แก่บุคคลรอบข้างหรือผู้สนใจก็ เพียงพอแล้ว เพราะ การกุมความคิดด้วยสัจจะความจริง มันไม่ใช่การล้างสมอง มันไม่ต้องใช้เทคนิคอะไรให้พิสดาร…ต่างจากธุรกิจอื่นๆที่ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการสร้างภาพ…โฆษณาชวนเชื่อ แต่ทว่า…ผู้คนสมัยนี้ ไม่โง่ พวกเขาจะแหกตาคนไปได้สักกี่น้ำ

ในบทความนี้ ผมจะอธิบายถึงหลักภาพรวมๆก่อน และ จะมีตัวอย่างคล้ายๆกรณีศึกษา ในการสปอนเซอร์พร้อมวิเคราะห์ให้เหตุผลเป็นตอนๆ ในตอนท้าย ในแต่ละตอนของบทความผมจะ มีวงเล็บ ยกตัวอย่างเพื่อประกอบความเข้าใจ และพวกตัวอย่างที่วงเล็บไว้หาก เพื่อนๆ มีโอกาสได้พูดคุยหรืออธิบาย อย่าลืมให้ยกตัวอย่างประกอบด้วย อย่าทึกทักว่าเขาเข้าใจและปล่อยให้เขาคิดเอง  
“คุณจะสามารถครอบครอง สร้างสินทรัพย์ที่มีอยู่เกลื่อนบนโลกใบนี้ได้ หากคุณสามารถใช้ภาษาได้อย่างถูกต้องและกาลเทศะ”
ข้อห้ามมี 3 ข้อ…
  1. หากคุณยังไม่พร้อมที่จะสปอนเซอร์ ใครก็อย่าเพิ่งได้สปอนเซอร์ใครเลย
  2. หากมีผู้ลงทะเบียนมา หากให้อัพไลน์หรือใครโทรคุยคนแรก คนนั้นต้องเป็นคนปิดการสมัครเองจนจบครับ เพราะ หากคนโน้นทีคนนี้ที จะทำให้เขาสับสน และ ไม่สมัคร
หากให้อัพไลน์ช่วยปิดการสมัครให้ ก็ ให้ ผู้สมัครได้รหัสเรียบร้อยเสียก่อนแล้วค่อยติดต่อไปแนะนำตัวครับ

3.กลับไปอ่านข้อ 1 และ 2
การสปอนเซอร์ของออนไลน์ ต่างจากออฟไลน์ หากมีผู้ลงทะเบียนมา หากเขายังไม่ตัดสินใจ จะให้ใครช่วยก็ไม่ได้ เพราะว่าออนไลน์ง่ายต่อการ ปฏิเสธ หากเขารู้สึกไม่มั่นใจไม่ปลอดภัยเขาจะหนีเลย ต่างจากออฟไลน์ ขอให้อัพช่วยคุยได้เพราะเจอตัวเป็นๆหนีไปไหนไม่ได้ ยังมีโอกาสที่เขายังรับฟัง

ข้อควรจำ
การเตรียมความพร้อมในการสปอน์เซอร์ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
(อย่าขยายเครือข่ายขายธุรกิจ ชวนคนทำธุรกิจหากคุณยังไม่เข้าใจ ยกเว้นคุณสามารถขยายเครือข่ายด้วย การนำเสนอสินค้า (แต่ไม่ชวนทำธุรกิจ) จะสามารถกระทำได้)
--------------------------------------------------------------------------------------
“ไม่มีเด็กที่ไหนเกิดมาแล้ววิ่งได้เลย เริ่มจากคลานก่อนทั้งนั้น สละเวลาศึกษาธุรกิจให้เข้าใจก่อนสักนิด แล้วคุณจะมีความสุขสนุกกับผลลัพธ์ที่ได้”  
--------------------------------------------------------------------------------------
1.ทำความเข้าใจพื้นฐานของธุรกิจเครือข่ายและกิฟฟารีน ให้ดีเสียก่อน ใช้ความเข้าใจอย่าท่องจำ หรือยึดติดกับ สคิป พูดเป็นอันขาด
2.จำไว้ว่า คุณจะต้องเป็นผู้ถือหางเสือ ต้องไม่เดินตามความคิดของผู้สนใจ แต่จะต้องพยายามดึงผู้สนใจให้เดินตามความคิดของคุณ เปรียบเสมือน การเดินเรือ คุณจะต้องไม่ยอมให้ผู้มุ่งหวัง(ผู้สนใจ)เป็นกัปตันถือหางเสือ แต่คุณจะต้องเป็นผู้ถือหางเสือเพื่อนำให้เขาไปสู่จุดหมายด้วยตนเอง
หมายความว่า ผู้สนใจหรือผู้มุ่งหวัง แล้วแต่คุณจะเรียก….พวกเขาส่วนมาก เมื่อพูดถึงธุรกิจ หรือมองหารายได้อาชีพเสริม ทุกคนย่อมหวังที่จะมี รายได้ที่ดี….

ถึงแม้ว่า กิฟฟารีนจะให้ผลตอบแทนเหนือบริษัทใดๆก็ตาม แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่คุณจะพูด โพทะนา ว่ามันเจ๋งที่สุดแต่เพียงถ่ายเดียว(เช่นผลตอบแทนที่จะได้รับในตำแหน่งต่างหรือการขึ้นตำแหน่งต่างๆอยู่ในเมล์แล้วให้เขาไปอ่านเองบ้าง) และโอกาสที่เขาจะเชื่อคุณในทันทีนั้นน้อยมาก….หากคุณพูดแต่โอกาสความร่ำรวย…. เพราะใครๆก็พูดแบบนี้ พวกเขาได้ยินคำคุยโม้คำโตมามากแล้ว
ดังนั้น คุณต้องเป็นผู้กำหนดทิศทาง อธิบายให้เขาเข้าใจให้ได้ว่า กิฟฟารีน เป็นการบริหารการซื้อกินซื้อใช้ เปลี่ยนรายจ่ายเป็นรายรับ และพัฒนาสู่การเป็นเจ้าของกิจการ และงานที่แท้จริง ของนักธุรกิจกิฟฟารีน คือ ที่ปรึกษาธุรกิจแก้ปัญหาทางการเงิน และ ผู้ที่จะเป็นที่ปรึกษาได้นั้น ก็ต้องมีความรู้ความเข้าใจในธุรกิจ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องยากเลยเหมือนเส้นผมบังภูเขา เท่านั้นเอง  (โอ้วแต่ไม่ใช่จะขัดเขาอย่างเดียว หัดยอมรับ ชื่นชมเขาด้วยนะ เด๋วเอาไปใช้กันไม่ถูกอีก)
3. จำไว้ว่า “การขายไม่ได้เกิดจากประโยคบอกเล่า การขายเกิดขึ้นจากประโยคคำถาม การซื้อเกิดขึ้นจากความเงียบ”
“การขาย หมายถึง การสื่อสารในทุกประเภท  ไม่เฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นการซื้อขายสินค้าทั่วไปเท่านั้น การสปอนเซอร์หรือการปิดการสมัคร ก็ ถือว่าเป็นการขาย ขายแนวคิด ขายธุรกิจ….
  • การขายไม่ได้เกิดจากประโยคบอกเล่า เพราะว่า หากเราพูดอยู่ฝ่ายเดียวเท่ากับว่า เรากำลังพูดในสิ่งที่เราอยากพูด….ไม่ได้พูดในสิ่งที่คนอื่นอยากรู้ และไม่สามารถกุมความคิดเขาได้
  • การขายเกิดขึ้นจากประโยคคำถาม เพราะว่า เราต้องถามเพื่อเก็บข้อมูล ในการวิเคราะห์ ซึ่งหมายถึง คุณต้องรู้จัก หัดหยุดฟังเขาด้วย….การพูดของเขา(ลูกค้าหรือผู้มุ่งหวังเป็น กำไรที่เราได้รับในทันที)  หมายถึง เราสามารถพูดในสิ่งที่เขาอยากรู้ จำเป็นต้องรู้ ซึ่งจะทำให้เราแก้ปัญหาหรือไขข้อข้องใจให้แก่คู่สนทนาได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ
เช่น เคยทำธุรกิจเครือข่ายขายตรงมาก่อนไหม? เคยทำบริษัทไหน?  เล่นเนตบ่อยไหม? เล่น msn ไหม?ปกติเล่นเนตช่วงอะไร? คุณทำงานประจำอยู่หรือป่าว? ลองทำแล้วเป็นอย่างไรบ้าง? มีวิธีการทำตลาดอย่างไร?  การถามคุณต้อง รู้จักจังหวะที่จะถามอย่าถามเป็นชุด เพราะเขาไม่ใช่ “จำเลย” นะจ๊ะ  
  • การซื้อเกิดขึ้นจากความเงียบ หมายถึง รู้จักเว้นจังหวะให้ผู้ฟังสามารถคิดตาม หยุดจังหวะการพูดแต่ละครั้งสัก 2-3 วินาที การซื้อ(ตัดสินใจ)ย่อยๆจะเกิดขึ้น ติดๆกันจนในที่สุดก็ทำให้คนเราตัดสินใจเองได้โดยง่าย
4. ก่อนทำการสปอนเซอร์(แนะนำธุรกิจ) คุณต้องวิเคราะห์ธุรกิจให้เป็น ภาพรวมของธุรกิจ ทั้งหมด และสามารถตีความหมายของศัพท์ที่ใช้ในวงการได้อย่างชัดเจน
เช่น ความหมายของการขึ้นตำแหน่งขึ้นแล้วไม่ตก, ความหมายคำว่ารักษายอด, ลิขสิทธิ์เครือข่าย, สมาชิกตลอดชีพ, ธรรมชาติการซื้อกินซื้อใช้ของ ตลาด(คนในสังคม พฤติกรรมคนไทย), แผนธุรกิจแบบต่างๆ การคิดคะแนน PV เทียบกับเงินบาท,  สองขา(ไบนารี่) สแตร์สเต็ป(กิฟฟารีน,แอมเวย์,คังเซน, ออริเฟรม และอื่นๆ, metrix (GDI, feeder mall,  OVI เป็นต้น), งานง่ายๆเพียง2-3 เดือนได้เงินแสน
  • ตำแหน่งขึ้นแล้วไม่ตก  มันหมกเม็ดอะไรกันบ้าง ?
บริษัทส่วนมากมักพูดกันเป็นต่อยหอยว่า แผนของบริษัทเขาขึ้นแล้วไม่ตกเช่นกัน แต่หากดูกันจริงๆ ตำแหน่ง ที่บอกขึ้นแล้วไม่ตก นั้นไม่เป็นความจริง เพราะมันให้แต่ตำแหน่ง แต่ประกันยอด  เช่น ขึ้นเป็นตำแหน่ง ขี้ทูต ต้องมียอด 100,000 ถึงจะได้ 20% หมายความว่า หากยอดมาแค่ 50,000 คุณจะได้ เพียง 5% เป็นต้น
ถามว่า “เอาไปทำไมตำแหน่ง ตรูทำธุรกิจ ต้องการรายได้คร๊าบไม่ได้เอาตำแหน่งหัวโขนไม่เอาจ้า….”
  • “รักษายอด”  คำว่ารักษายอด ในความเข้าใจของคนทั่วไป และ คำนี้ในความหมายของบริษัททั่วไปคือ บังคับซื้อในยอดส่วนตัวเป็นประจำทุกเดือน หากเดือนใดคุณไม่ได้ซื้อส่วนตัว คุณจะไม่ได้อะไรเลย
ดังนั้น ตามความหมายของคนทั่วไป หากเขาถามว่าการรักษายอด เท่าไหร่ในกิฟฟารีน  ตอบไปเลยครับ ว่า  “กิฟฟารีนไม่บังคับรักษายอดส่วนตัว คุณซื้อกินใช้ตามธรรมชาติ”  ของหมดก็ซื้อ ไม่หมดก็ยัง  
  • สมาชิกตลอดชีพ ลิขสิทธิ์เครือข่าย ในความเป็นจริงคำนี้บริษัทต่างๆในปัจจุบัน มักเอามาอ้างว่า มีลิขสิทธิ์ตลอดชีพ ไม่ต้องต่ออายุเช่นเดียวกัน
ทำไมพวกเขากล้าพูดแบบนี้!! เพราะว่าเขาพูดความจริงไม่หมดไงครับ
บริษัทเครือข่ายขายตรงส่วนเกือบทั้งหมดเขาจะให้สิทธิ์ไม่ต้องต่ออายุหากคุณซื้อของเขาอย่างต่อเนื่องครับ แต่มักจะเขียนเงื่อนไขหรือแจ้งเงื่อนไขตอนเราสมัครแล้วว่า หากคุณซื้อต่อเนื่องไม่ต้องเสียงเงินต่ออายุสมาชิก หากคุณ หรือ บางบริษัทหากคุณหายไป 3เดือน 6 เดือน 1ปี 5ปี แล้วจะกลับมาใหม่ต้องสมัครใหม่ เป็นต้น แต่ต่างจากกิฟฟารีนซึ่ง ตลอดชีพอย่างแท้จริง หมายความว่า คนเรามีเหตุสำคัญเหตุจำเป็นในชีวิตต่างกัน อาจจะมีผลทำให้เขาหยุดซื้อกินใช้ไประยะเวลาหนึ่ง(เช่น คลอดลูก ย้ายที่ทำงาน ปัญหาทางบ้าน หรืออื่นๆ) แต่ด้วยระบบสนับสนุนของบริษัทกิฟฟารีนที่ออกโฆษณาตามสื่อต่างๆ (เช่น การโฆษณาทางโทรทัศน์ นิตยสาร รถไฟฟ้า บิลบอร์ด วันนึงพวกเขาอาจจะพบเห็นกิฟฟารีน หรือสื่อต่างๆเหล่านนี้ เขาจำได้ว่าเขาเป็นสมาชิกอยู่และอยากกลับมา ใช้สินค้าอีกครั้ง)  “คุณผู้เป็นเจ้าของเครือข่าย เป็นผู้รับรายได้ นี่คือ การสร้างสินทรัพย์ที่แท้จริงครับ และ นี่คือความแตกต่างของกิฟฟารีน ที่เหนือกว่าธุรกิจเครือข่ายค่ายอื่นๆที่น่าสนใจอีกข้อหนึ่ง”    
  • แผนรายได้ และการคิดเงินปันผล (PV) สินค้าหลักของกิฟฟารีน กว่า 80% คะแนนเต็มครับ ยกเว้นสินค้า mass product เช่น ข้าวสาร แป้ง ขนม กาแฟ พวกนี้ margin น้อย หรือกำไรต่อหน่วยน้อย ถูกบังคับโดยกลไกทางตลาดอาศัยการบริโภคเป็นจำนวนมากจากปริมาณ
ตรงเรื่อง คะแนนตรงนี้หล่ะครับ ที่ บริษัทส่วนมากจะไม่บอกแต่จะชูเรื่อง % การแบ่งจ่ายเงินตามตำแหน่งมากกว่า
หลายคนพลาดเพราะเรื่องง่ายๆตรงนี้ เราซื้อกินใช้ยอดบริโภคหรือยอดจำหน่ายของกลุ่ม เขาคิดจากคะแนน หากเราหามาด้วยเงินบาท แต่กับให้ % เราจากคะแนน แล้วส่วนมาก คะแนนไม่เต็มบาท ตัวอย่างเช่น 3 บาทได้ 1 คะแนน หรือ 10 บาท ได้ 1 คะแนน แบบนี้ ต่อให้ คิดที่%ที่มากกว่า แต่เรากลับได้เงินน้อยกว่าครับ
แผนการจ่ายเงินทุกแผน ถูกดัดแปลงมาจาก stair step ขั้นบันได (เช่น กิฟฟารีน, แอมเวย์) ดังนั้น หากเอาแผย สองขา ที่คุยโม้ว่า หาแค่สองคน นั้นไม่จริง คุณต้องดูรายละเอียดเงื่อนไข ครับ เช่น
  1. คุณจะได้เงินจากคนที่คุณแนะนำโดยตรงเท่านั้น (ไอ้ที่ต่อๆลงมาให้ แผนมันแหกตา หมกเม็ดเงื่อนไขเพียบ)
จะได้เงินง่ายเต็มเม็ดเต็มหน่วย แผนพวกนี้ ต้องโบกอัดยัดถมเพียบ และกลุ่มนี้จะพูดแต่รายได้จะไม่พูดถึงต้นทุนเลย ได้เงินแสน แต่อาจจะต้องลงทุนเก้าหมื่นก็ได้ 
  1. แผนสองขาจะคิดเงินให้จาก ขาอ่อน  อาศัยความน่าจะเป็น(proability)ครับ โอกาสที่นักธุริจจะมีรายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยจากแผนสองขาเกิดขึ้นได้น้อยมาก เพราะ คนเก่งมันก็เก่งจริงๆ ส่วนคนที่อ่อน ยากครับที่จะได้ยอด  ตัวอย่างเช่น ข้างหนึ่งยอดกลุ่มมา 100,000 อีกข้างมา 1000 เขาคิดให้ที่ 1000ครับ แต่กิฟฟารีน คิดให้ทั้งกลุ่ม
ธุรกิจที่ อ้างขายแผนรวยเร็วรวยลัดไม่ต่างอะไรจาก การปั่นหุ้นครับ ปล่อยข่าว สร้างภาพ โยนตั๋วไล่ราคาขึ้น ให้แม่งเม่าเข้ามาช่วยปั่นราคาต่อ ปล่อยตั๋ว ดั้มราคาลง ปล่อยข่าว เป็นวงจรอุบาทว์แบบนี้หล่ะครับ
เทคนิคการสปอนเซอร์ คือ พูดความจริง พูดจากใจไม่ใช่จากความจำ ศัพท์หรือภาษาที่ใช้ใช้แบบปรกติครับ ไม่ต้องสุภาพเกินเหตุ มีน้ำเสียงอย่าพูดด้วยเสียงราบเรียบ โมโนโทนไร้อารมณ์ และสุดท้าย ต้อง ขจัดข้อกังวลที่พวกเขามีอยู่ให้ได้
คือ หากใจเราคิดอยากได้เขามาเป็นเครือข่าย เราอาจจะรู้สึกประหม่า และ มักจะพูดโน้มน้าวแต่เรื่องดีๆ พูดอยู่คนเดียว คนฟังรู้สึกได้ครับถึงความไม่เป็นธรรมชาติ และ พวกเขาส่วนใหญ่ก็มักเจอแต่คำพูดพวกนี้มาเยอะแยะเสียจนน่าเบื่อ
อย่าลืมนะครับ!!! ว่า หากคุณต้องการเป็นบุคคลแถวหน้า คุณต้องเข้าใจว่า พวกเขาจะคัดคนที่มีคุณภาพเข้ามาร่วมงานด้วย ดังนั้นไม่มีประโยชน์เลยหาก คุณพยายามโน้มน้าวชวนเชื่อให้เขาสมัครแบบ ขาดสติ ยกเว้น ผู้ต้องการอยากใช้สินค้าจริงๆ
ความกังวลส่วนใหญ่ที่ต้องกำจัดให้ผู้มุ่งหวัง(คู่สนทนา)ให้ได้   สรุปเป็นข้อๆได้ดังนี้
  • กังวลว่าจะมีเงื่อนไขผูกมัดเช่น รักษายอดส่วนตัว
  • กังวลว่า ไม่มีประสบการณ์
  • กังวลว่าต้องเดินทางไปอบรม
  • กังวลว่าไม่มีเวลามากพอ
  • กังวลว่าตัวเองไม่มีความรู้ในการทำธุรกิจ
  • กังวลว่าจะต้องลงทุนมาก หรือ มีค่าใช้จ่ายหมกเม็ดต่างๆ
  • กังวลว่าไม่รู้จะไปชวนใครหาลูกค้าที่ไหนไม่รู้จักคน
  • กังวลว่าพูดไม่เก่ง
  • กังวลว่าตลาดจะเต็ม จะโตไม่ได้ ไม่แข่งกันเองเหรอ กิฟฟารีนคนทำเยอะแล้ว?
  • ไม่มั่นใจว่าจะมีรายได้ดีจริง ที่อื่นทำง่ายรวยไวกว่า หรือป่าว
  • กังวลว่าขายของไม่เก่ง ขายไม่เป็น เป็นงานขายหรือป่าว
  • กังวลเรื่องจุดด้อยของตัวเอง ดึงจุดเด่นของเขาขึ้นมาให้เห็นเป็นข้อได้เปรียบ
ข้อกังวลข้างต้นพวกเราๆต้องคลายกังวลให้พวกเขาให้ได้ ยิ่งหากคลายได้มากข้อเท่าไหร่ยิ่งดี  อย่าเสียดายค่าโทรศัพท์ เพียงเล็กน้อย เพราะ หากคุณได้คนคุณภาพสักคน แม้ต้องจ่ายสักพันสองพันบาทต่อคน ยังคุ้มมากๆครับ การโทรสปอนเซอร์ ไม่ควรกินเวลานานมากเกินไป อย่างมาก เต็มที่ 10-15 นาที ครับ นอกจากกรณีพิเศษ จริงๆอาจจะติดลม ถึงครึ่งชั่วโมง
ในการสปอนเซอร์ข้อกังวลภายในใจของเขาต่างๆเหล่านี้คุณต้องพยาม ขจัดออกให้หมด ลำดับขั้นไม่มี อะไรก่อนหลังก็ได้ มันจะไหลลื่นเป็นธรรมชาติของมันเอง จากการสนทนาถามตอบ จากการยกตัวอย่างของคุณ จากตัวอย่างข้อหนึ่งก็จะเป็นคำตอบไขข้อข้องในกับอีกข้อหนึ่งได้อย่างมหัศจรรย์ เพราะคุณพูดแต่ความจริงจากใจ ไม่ได้ท่องจำ หรือต้องจำกลัวการจับผิดคำโกหก
ตัวอย่างการขจัดข้อกังขา….
  • กังวลว่าจะมีเงื่อนไขผูกมัดเช่น รักษายอดส่วนตัว
ตอบ…อย่างที่เรียนให้ทราบในตอนแรก นะครับว่า…กิฟฟารีนเป็นการ สอนการฉลาดซื้อฉลาดใช้ เปลี่ยนรายจ่ายในชีวิตประจำวัน ให้เป็น กิจการ…เรื่องการบังคับซื้อส่วนตัวไม่มีครับ ของหมดเราก็ซื้อ อยากได้เราก็ใช้ กิฟฟารีน มันเป็นการซื้อกินใช้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า เพราะการรักษาเอาเงินปันผลมันเป็นกลุ่ม ไม่ใช่บังคับส่วนตัวเพียงอย่างเดียว กิฟฟารีน (เน้นเสียง) มันไม่เหมือน กับบริษัทอื่นๆ ที่บังคับต้องซื้อเองทุกเดือน ของไม่หมดก็ต้องซื้อ บ้าหรือป่าว ของที่เขามีเด่นๆก็มีไม่กี่อย่าง ครั้นจะไปซื้ออย่างอื่นก็ ซื้อไม่ลง แพงฉิบหาย(ขอโทษครับอาจจะพูดไม่เพราะสักหน่อย)  แต่มันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ
  • กังวลว่า ไม่มีประสบการณ์
เรื่องไม่มีประสบการณ์มาก่อน ผม/ดิฉัน มองว่าเป็นข้อได้เปรียบด้วยซ้ำนะค่ะ  สมาชิกของทีมเรา ส่วนมากที่สมัครกันเข้ามา ร้อยละ 95 ก็ไม่มีประสบการณ์กันมาก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำธุรกิจออนไลน์ ที่พวกเขาสมัครกัน เข้ามา ก็ เพราะต้องการความรู้ตรงนี้หล่ะค่ะ  ส่วนที่บอกว่าการไม่มีประสบการณ์มาก่อนเป็นข้อได้เปรียบ เพราะว่า
(เว้น 2-3วิ…แต่ไม่สติ๊กต้องเป็นแบบนี้นะ คืออธิบายประกอบ จังหว่ะให้เขาใจกันเฉยๆ ว่าการเว้นช่วงจังหว่ะบ้าง เป็นการ หยุดให้เขาคิดตามหรือตั้งใจฟังต่อเท่านั้น ได้พูดบ่อยๆเข้ามันก็จะรู้เองเหมือนเล่นกีตาร์นั่นแหละ)
(ต่อ) เพราะว่า…คนที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน มักตื่นเต้น ในการรับรู้สิ่งใหม่ๆ ต่างจากคนที่เคยมีประสบการณ์มาก่อนแล้ว มัก ตีกรอบความคิดเดิมๆ อันนั้นก็ไม่ได้ ไอ้นี้ก้เคยรู้แล้ว แต่เอาเข้าจริง จำได้ไม่หมดหรอก มันก็ต้องทบทวนกันบ้าง ดังนั้น คนที่เคยมีประสบการณ์มาก่อนจึงทำให้เรียนรู้ได้ช้า ส่วนคนที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อนก็ จะเรียนรู้ได้ไว กระหายที่จะเรียนรู้ กล้าลงมือทำอย่างไม่ลังเล เหมือนเด็กนั่นแหละที่การเรียนรู้ได้เร็วกว่าผู้ใหญ่เพราะ กล้าทำด้วยความอยากรู้อยากเห็น…ใช่ไหมค่ะ?...  
(อธิบายอะไรแต่ละตอน ความตั้งคำถาม บ้างเพื่อนให้เขามีการตอบสนองกลับ และเราจะช่วงจังหว่ะ คิดว่าจะชวนคุยเรื่องอะไรต่อ….)
  • กังวลว่าต้องเดินทางไปอบรม อะไรไหม?
ตอบ ไม่จำเป็นค่ะ คุณสามารถ ศึกษาแบ่งเวลา ว่างจากชีวิตประจำวันมาศึกษาผ่านออนไลน์ได้ จากเว็บของเรา ห้องประชุมออนไลน์ของเรา ค่ะ จริงๆแล้วการอบรมทางบริษัทเขาก็มีอบรมกันประจำนะค่ะตามศูนย์ต่างๆ โดยมาจะเป็นอบรมเรื่องแผน หรือ การใช้สินค้าให้เกิดประโยชน์และการนำเสนอ  ส่วนมากพวกออนไลน์อย่างเรา มักไม่ค่อยโผล่หัวเข้าอบรมกับทางบริษัทเท่าไหร่หากไม่ว่างจริงๆ และจริงๆแล้ว ระบบของทีมเราก็มีบรรยายผ่านออนไลน์กันอยู่แล้วค่ะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตลาดออนไลน์ เราสอน แต่บริษัทไม่มีสอนค่ะ สมัยนี้โปรแกรมที่ใช้สำหรับ สื่อการเรียนรู้ผ่านออนไลน์เราก็สามารถดาวน์โหลดใช้กันได้ฟรีๆ ค่ะ (ย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของคุณ(ทีมงาน)
  • กังวลว่าไม่มีเวลามากพอ จะทำไม่ได้เรียนรู้ไม่ได้
เวลาไม่ต้องใช้อะไรเยอะแยะค่ะ แบ่งเวลาในแต่ละวัน เพียงวันละเล็กน้อย ในการศึกษา วันละ 20 นาทีก็ยังดี แบบขอให้ได้แตะสักหน่อย ว่างหน่อยก็เข้ามา คุยเล่นแลกเปลี่ยนความรู้ ถามข้อสงสัยกัน ในห้องประชุมออนไลน์ก็ได้ เวลาว่างที่เล่นเนต แชต กันก็ได้ ทำแบบขำๆ มีแบบแผนใช้สติ ก็ได้สตางค์ ค่ะ ส่วนที่ว่าทำไมแค่วันละ 20นาที ก็พอทราบไหมค่ะ?(จังหวะดึงความสนใจตั้งคำถามให้อยากรู้ต่อ) เพราะสมองคนเราจะรับรู้ได้อย่างดี ใน 20 นาทีแรกเท่านั้น งานหลักๆไม่มีอะไรหรอกค่ะ ดิฉันมองว่า เป็นการเรียนรู้สักมากกว่า คุยเล่นกะเพื่อนๆ หรือเพื่อนใหม่ๆ หนุกหนาน มีรายได้ด้วย มีความสุขค่ะ
  • กังวลว่าตัวเองไม่มีความรู้ในการทำธุรกิจ
เรื่องไม่มีความรู้ทางธุรกิจมาก่อน นี่ไม่ใช่ปัญหาค่ะ เพราะว่าที่เรามารวมกลุ่มกันตรงนี้ เพื่อหาความรู้ค่ะ หาทีมงาน หาที่ปรึกษาที่จะช่วยสอนเรา แนะนำเรา หากเราเก่งอยู่แล้วรู้อยู่แล้ว เราจะหาทีมหาคนช่วยสอนเราทำไมจริงไหมค่ะ  สมัครเป็นสมาชิกเครือข่ายขายตรงผู้ถึงเรื่องสมัคร ง่ายมาก เดินเข้าศูนย์ธุรกิจก็สมัครได้ แล้ว มีคนมากมายอยากเป็นผู้แนะนำเรา
แต่สิ่งที่หายากคืออะไร ทราบไหมค่ะ?....ก็ทีมงานหรือคนที่จะมีความรู้มากพอที่จะช่วยเราให้ประสบความสำเร็จให้ง่ายที่สุด นี่หล่ะค่ะหากยาก….
>(ประโยคนี้ จะทำให้ผู้ฟังมองเห็นถึง ความสำคัญของคุณผู้พูด และทีมงาน คือคุณที่มีศักยภาพมากพอที่พร้อมช่วยเหลือเขา)
>(การใช้สรรพนาม คำว่าเราใน ที่นี่ ช่วยให้เขาเกิดความรู้สึก มีพวกเขาพวก หมายถึง แต่ก่อนเราก็ไม่มีความรู้ เหมือนเขานั่นแหละ แต่เด๋วนี่ คุณเก่งแล้ว)  
เรามาเอาความรู้ที่ได้จากทีมงานไปมากๆค่ะ จุดนี้แหละสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เราเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้คนอยาก มีชิวิตแบบเรา
>(กระตุ้นให้เขาเกิดความอยากเรียนรู้ลงมือทำเข้าห้องประชุมหรือออนไลน์บ่อยขึ้นไปพร้อมๆกัน)
อย่างตัวดิฉัน/ผม เองก็ทำงานประจำอยู่ ก็แบ่งเวลาในแต่ละแทนที่จะเอาไปดูหนังดูละคร มาหาความรู้เพิ่มเติมนี่หล่ะค่ะ >(เรากำลังบอกให้เขารู้ว่า วิธีการแบ่งเวลาบริหารเวลาก็แค่นี้ แบบนี้ ไม่ใช่ไปพูดว่า “คุณค่ะ เวลาคนเรามี เวลาเท่ากัน 24 ชั่วโมง นะค่ะ” คำพูดแบบนี้ ฟังแล้วรู้สึกเหมือนถูกดูถูก ฟังแล้วขัดหู ทำอย่างกะตรูไม่รู้อย่างงั้นแหละ อย่าใช้”)
  • กังวลว่าไม่รู้จะไปชวนใครหาลูกค้าที่ไหนไม่รู้จักคน
ตอบ นี่หล่ะคับ เหตุผลที่ออนไลน์ น่าสนใจ ตัวอย่างที่เรามาเจอกันได้ ก็เพื่อแก้ปัญหาตรงนี้หล่ะคับ ธุรกิจเครือข่าย กิฟฟารีนเป็นธุรกิจที่ มหัศจรรย์ (ใช้ bigword เพื่อสร้างความรู้สึกให้น่าสนใจยิ่งขึ้น) แต่ทำไม ถึงรู้สึกว่ายากนัก เพราะปัญหาจริงๆแล้วก็คือ “เราไม่รู้ความต้องการของคนอื่นก่อนเท่านั้นเอง ตัวอย่างเช่น เรารู้กันอยู่ว่า วงจรชีวิตของคนทำงานในปัจจุบัน ก็เหมือนๆกันหมด ตื่นเช้าทำงานตกเย็นกลับบ้าน เราแนะนำเพื่อนเราทำธุรกิจ เขาก็มีวงจรชีวิตเหมือนๆเรา ตื่นเช้าทำงานตกเย็นกลับบ้าน แล้วเขาจะไปชวนใครต่อ ให้ชวนญาติหรือเพื่อนๆของเขา ก็ไม่ใช่ว่า ญาติๆหรือเพื่อนๆของเขา ซึ่งเพื่อนเขาก็ มักจะเป็นเพื่อนเราที่ทำงานนั่นแหละ และ หากญาติๆเขาสมัคร ก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาจะทำเป็นธุรกิจขยายเครือข่ายต่อใช่ไหมล่ะ?
ทีนี้ ไอ้ระบบการตลาดออนไลน์ของเรา ช่วยเราได้อย่างไร?
ก่อนที่เราจะทำธุรกิจ เราต้องรู้จักสภาวะตลาดเสียก่อนใช่ไหมครับ? หมายถึงเราต้องเห็นความต้องการของตลาดเสียก่อน และถึงจะมาเลือกว่าเราจะทำธุรกิจอะไรดี? 
ทีนี้  ผมได้ศึกษามาเห็นแล้วว่า พฤติกรรมของคนในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป คนต้องการมีอิสรภาพทางเวลามากขึ้น อยู่กับบ้านมากขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้นจากงานประจำ…อยากหาธุรกิจอะไรทำสักอย่างที่อยู่กับบ้านได้ หรือไปไหนมาไหนได้อย่างที่ใจต้องการ…. พวกเขารู้ว่า ธุรกิจออนไลน์ตอบโจทย์ เหล่านี้ให้เราได้ แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ ทำไงหล่ะ ในเมื่อความรู้ทางคอมพิวเตอร์ก็ มีน้อยแสนน้อย จะเปิดร้านค้าออนไลน์ก็ต้องใช้ทุนพอสมควร ต้องตุนของ จะขายของผ่านอีเบย์ พารวยหรือพาซวยก็ไม่รู้ เพราะค่าที่ออนไลน์เด๋วนี้ก็แพงเหลือเกิน จัดส่งช้าก็โดน ลดเครดิต จบกันครับ…
ทีนี้ เรามาดูกันต่อ เมื่อเรารู้ว่า สมัยนี้คนมีความต้องการ ที่จะอยู่กับบ้าน  อยากหาธุรกิจอะไรทำสักอย่างที่อยู่กับบ้านได้ เขาทำอย่างไรครับ? (เว้นช่วงสักระยะ2-3วิแล้วค่อยพูดต่อ)เขาจะหาข้อมูลบนเนต เข้าgoogle หารายได้เสริมอาชีพเสริม….นั่นหล่ะครับ เป็นเหตุผลให้เราได้มีโอกาสคุยกันในวันนี้ เราแค่ใช้เทคนิคในการทำตลาดคัดกรองผู้สนใจติดต่อหาเราก่อน ง่ายๆแค่นี้เอง
แต่จากที่คุยกันมานี้ผมไม่ได้หมายความว่า การทำออฟไลน์จะไม่สำคัญนะครับ เมื่อเราเป็นนักธุรกิจอะไรที่ถูกต้องถูกทำนองครองธรรม เราทำได้เราก็ทำ…
  •  กังวลว่าจะต้องลงทุนเท่าไหร่มากไหม? หรือ มีค่าใช้จ่ายหมกเม็ดต่างๆ
กิฟฟารีนเป็นธุรกิจมหัศจรรย์ ครับ (มหัศจรรย์อีกแล้ว) เพราะ มันเป็นการเพิ่มมูลค่าของสิ่งที่เรามีอยู่ หรือแปลงสินทรัพย์เป็นทุน สินค้าพร้อม ร้านค้า(ศูนย์ธุรกิจกระจายอยู่ทั่วประเทศพร้อม) โรงงานพร้อม ระบบสนับสนุนพร้อม เครื่องมือการตลาดออนไลน์ของเราพร้อมใช้ฟรี …180บ. ตลอดชีพ
โดยเฉพาะทีมงานของ เรามีระบบการทำงานที่เหนือกว่า ไม่ค่าใช้จ่ายหมกเม็ดต่างๆ ไม่เหมือนธุรกิจเครือข่ายอื่นๆที่คุณเห็นบนเนต ครับ ส่วนมาก สมัครปุ๊บ ก็ให้เราจ่ายค่าอบรมค่าเข้างานต่างๆ เอ้าสมัครไปแล้ว เอ้าจ่ายก็จ่ายว่ะ…. เสร็จปุ๊บ คุณต้องจ่ายค่าบำรุงระบบเท่านั้นเท่านี้…. จ่ายอีกแล้ว หลังจากนั้น ก็บอกว่า หากให้ดีคุณต้องซื้อระบบ เมล์ติดตามด้วยนะ ถึงจะดี จ่ายอีก…. เรายังไม่ทันเห็นแวว ก็เก็บสะบัดแล้ว นี่ยังไม่รวมที่เขามีเงื่อนไขบังคับเราซื้อของที่เรายังไม่ได้ต้องการหรือจำเป็นต้องใช้จริงๆในแต่ละเดือนอีก…
แต่ ทั้งหมดนี้ของเราฟรี ครับ…ส่วนเรื่องลงทุนในการทำตลาดขยายเครือข่ายนั้น เราต้องทำความเข้าใจก่อนครับว่า….เว็บไซด์ที่ คุณได้ไปมีความหมายอย่างไร?  (ใช้คำว่าเว็บที่คุณได้ไปมีความหมายอย่างไร? ให้เขารู้สึกถึงความเป็นเจ้าของแล้ว แม้ยังไม่ได้สมัครเลย)
เว็บไซด์มันก็เหมือน หน้าร้านครับ เมื่อเราเปิดกิจการเราต้องการ ให้ร้านเราขายดีมีกำไร เราต้องทำอย่างไรครับ? …..(เว้นช่วงสักระยะ2-3วิแล้วค่อยพูดต่อ) ก็ต้องเอาร้านของเราไปตั้งอยู่ในทำเลดีๆ มีคนเดินไปผ่านมาเยอะใช่ไหมครับ…เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะได้ลูกค้า…เว็บไซด์ที่คุณได้ไปก็เหมือนกัน อยากให้กิจการเติบโต ทำอย่างไรก็ได้ ให้คนรู้จักเว็บของคุณให้มากที่สุด บนเนตนั้น มีทั้งวิธี ที่ฟรีและเสียค่าใช้จ่าย  ก็ทำมันทั้งสองวิธีนั่นแหละ แต่ไอ้วิธีฟรีๆเนี๊ยะ เราก็ต้องรู้ว่า มันเป็นวิธีแบบ วางไข่ อาจจะได้ผลช้าแต่ได้ผลเหมือนกัน…เช่น พวก facebook twitter เป็นที่คนออนไลน์เข้ามาเล่นกันเยอะมาก เราก็อาศัยช่องทางนี้หล่ะครับ วางไข่ …คุณเคยเล่นไหมครับ? หากคุณเคยเล่นคุณจะเห็นว่า เด๋วนี้มีพวกเครือข่ายต่างๆเข้ามาโพสมาชวนทำธุรกิจใน social network กันเยอะมาก รวยเร็วไว กับสุดยอดนักธุรกิจออนไลน์มืออาชีพ มืออาชีพบ้าอะไรกัน?  (พูดไปเลยเพื่อแสดงตัวเองเป็นมืออาชีพ) 
คืองี้ครับ กลุ่มคนออนไลน์ เขามารวมกันบอกเล่าเรื่องราวต่างๆกับกลุ่มเพื่อนๆของเขา แต่พวกที่ไม่รู้จริงก็ไปเพิ่มรายชื่อเขาเข้ามา โพสชวนทำธุรกิจ เต็มพรืดไปหมด แทนที่จะได้เครือข่าย บอกตรงๆพวกเขารังเกียจครับ เหมือนกับเราคุยกันอยู่ดีๆ ก็มีพวกมาสอด มาชวนทำธุรกิจเต็มพรืดไปหมด…. จะเล่นออนไลน์วางไข่ มันต้องเนียนครับ พูดคุยทักทายทำความรู้จัก โต้ตอบไปปรกติแบบอยากรู้จักเพื่อนจริงๆ เหมือนปกติที่เราเคยเล่นก่อนทำธุรกิจนั่นแหละ แล้ว ทิ้งลิงค์ไว้บ้าง เช่น “โครงการฉลาดซื้อกินใช้เปลี่ยนรายจ่ายเป็นรายรับ แล้วทิ้งลิงค์ของเราไว้บ้าง…ไว้บ้างนะครับ เป็นธรรมชาติของคนเราที่ชอบสอดรู้สอดเห็น ครับ ว่า คนหน้าตาดีๆ อย่างเราๆ มันทำอะไรของมันว่ะ ลองคลิ๊กดูหน่อยซิ แค่นี้ครับ แล้วเด๋วเว็บไซด์ และระบบสนับสนุนก็จะช่วยเราทำการแนะนำด้วยตัวของมันเอง
อันนั้นเป็นวิธีแบบฟรี….ได้ผลไหม? ได้ผลแต่อาจจะช้าไม่ทันใจ…เปรียบเสมือนคุณไปเที่ยวตลาดไม่ได้ตั้งใจอยากได้อะไรเป็นพิเศษ คุณอาจจะเจอเสื้อพอเข้าตาแต่ยังไม่ถูกใจ หยิบๆจับๆดู แล้วก็ไป หรือบางทีก็ซื้อ เพราะใช่เลย แต่การทำโฆษณา ในกูเกิ้ล ที่เรียกว่า pay per click  เสียค่าใช้จ่ายแบบเติมเงิน ตรงนี้จะได้ผลที่ดีกว่า หมายถึง คนที่เขามีความสนใจอยู่ก่อน แล้วย่อมมีความพร้อมที่จะตัดสินใจมากกว่า เหมือนกับเวลาที่เราตั้งจะไปห้างเพื่อซื้อเสื้อ โอกาสที่เราจะได้เสื้อติดมือกลับบ้านย่อมมีสูงกว่า เช่นเดียวกัน
ดังนั้นผมแนะนำว่า หากเราพร้อมก็ทำมันทั้งสองวิธีนั่นแหละ ทีนี้ถามว่า ต้องใช้ทุนมากไหม ตอบเลยครับระบุจำนวนไม่ได้  เพราะคนเราศักยภาพความพร้อมแตกต่างกันครับ อย่างนักศึกษา เขายังไม่มีรายได้ จะให้ระบุว่าคุณต้องทำโฆษณาเดือนละ พันสองพัน มันไม่ได้ครับ เขาอาจจะลอง เล่นศึกษาดูก่อน สัก 4-5ร้อยบาท เพื่อศึกษาและเอาไปสอนทีมงานเขาต่อ
บางคนพอมีศักยภาพ ใช้เงินทำงาน ก็อาจจะจัดงบต่อเดือนเดือนละ ห้าร้อยบ้าง เดือนละพัน สองพัน บ้างในการทำโฆษณา เอาที่เรียกว่า จัดงบที่มันทำให้เรารู้สึก สบายๆกับตัวเราดีกว่าครับ ที่สำคัญ ไม่ควรเยอะเกินไป เพราะอาจจะเกิดปัญหาทีมงานโตเร็วเกินไป …แต่ที่สำคัญ…รู้จักจังหวะสำคัญกว่าครับ
เพราะอย่าลืมว่าเราทำธุรกิจเครือข่าย เราไม่ได้สร้างเครือข่ายเพียงลำพัง เราต้องรู้จักจังว่า บางเดือนเราอาจจะเพิ่มงบในการทำตลาด บางเดือนเราอาจจะต้องลดมันลง ครับ
  • กังวลว่าพูดไม่เก่ง
ตอบ เรื่องพูดไม่เก่ง ตรงนี้ในความคิดผม ผมเชื่อว่า ขอให้พูดรู้เรื่องเป็นพอ การพูดเก่งไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นคนพูดมากนะครับ คนพูดมากไม่ใช่คนพูดเก่ง  แต่เป็นคนที่พูดแล้วคนฟังรู้เรื่องครับ
เช่น เวลาเราได้ข่าวอะไรมา ดูหนังแล้วรู้สึกอินในอารมณ์เรามาเล่าให้เพื่อนเราฟังได้อย่างเป้นวรรคเป็นเวร งานกิฟฟารีนก้เหมือนกันครับ แค่เราพูดออกมาจากใจจากความเข้าใจเท่านั้นเอง
  • กังวลว่าตลาดจะเต็ม จะโตไม่ได้ ไม่แข่งกันเองเหรอ กิฟฟารีนคนทำเยอะแล้ว?
ตอบ ตลาดไม่มีเต็มครับ จะยิ่งคนมีความเข้าใจมากเท่าไหร่ยิ่งรวยครับ เรื่องการแข่งขัน มันเป็นเรื่องของธรรมชาติ ตั้งแต่เกิดแล้วครับ มันอยู่ที่ใครมีความเข้าใจและมีความเอาใจใส่มุ่งมั่นในสิ่งที่ทำอยู่มากน้อยแค่ไหน คุณสังเกตดูร้านอาหารซิครับ เปิดขึ้นกันเต็มไปหมด คนสำเร็จก็เยอะคนล้มเลิกก็แยะ ดังนั้นมันอยู่ที่ใครเข้าใจและรักในสิ่งที่ตนทำมากน้อยแค่ไหน บางคนว่า กิฟฟารีนคนทำเยอะแล้วมองไปไหนก็มีคนทำเยอะไปหมด ปัจจุบันประเทศไทย มีประชากร หกสิบกว่าล้านคน มีสมาชิกที่ active เพียง 300,000 เท่านั้น และมีคนอีกจำนวนมาก ที่ต้องการผู้ที่มีความรู้ความสามารถ อย่างเรา เพื่อช่วยให้เขาถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้
  • ไม่มั่นใจว่าจะมีรายได้ดีจริงหรือ ที่อื่นทำง่ายรวยไวกว่า หรือป่าว
ตอบ: ดิฉันเชื่อมั่นนะค่ะว่า (ตกลงเมิงจะเป็นชายหรือหญิงเนี๊ยะ “เด๋วครับเด๋วค่ะ” เฮ้ๆ ผมรู้ทันนะว่าคิดอะไรอยู่แอบด่าในใจ ใช่หล่ะหล่ะ อิอิ เอาหน่าเพื่อนๆกลุ่มบ้านอนัตตาไม่ได้มีเพศเดียวซะหน่อย) ทุกธุรกิจหากตั้งใจเข้าใจและใส่ใจ มันรวยได้ทั้งนั้นหล่ะครับ แต่ที่สำคัญ เราต้องดูผลตอบแทนต่อหน่วยลงทุน ดูโอกาสความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้ ไม่ใช่การสร้างภาพหรือการสร้างกระแส เราสามารถสังเกตเห็นธุรกิจน้องใหม่โตไว มากกมายๆ แล้วเด๋วนี้มันหายไปไหน เช่นแฟรนไชส์กาแฟ หรือโรตีบอย หรือธุรกิจเครือข่าย เช่น โสมเกาหลีตังกุยจับ, ท๊อปออฟมายด์ หายไปไหน บางแห่งก็ฟ่อ….บางแห่งก็ หายไปจากสาระบบ
แสดงว่า มันต้องมีปัจจัยอื่นที่สำคัญมาเกี่ยวข้อง ต้องมีโมเมตัมที่ผลักดันให้สามารถเติบโตไปได้อย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือ แบรนด์ชื่อเสียงของบริษัท ความคุ้มค่าคุ้มราคาของสินค้า และ ความเป็นธรรมชาติของการซื้อกินซื้อใช้…คนส่วนมากมักตามกระแสค่ะ และมักมองข้ามต้นทุนที่ใช้หาลูกค้าใหม่ ซึ่งสูงกว่าต้นทุนในการรักษาลูกค้าเดิมเสียอีก ไม่ใช่สูงกว่านิดหน่อยนะค่ะ แต่ต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่สูงกว่ารักษาลูกค้าเดิมอย่างน้อย หกเท่า: ซึ่งกิฟฟารีน(เน้นเสียง)ตอบโจทย์ตรงนี้ได้เป็นอย่างดี ในการรักษาลูกค้าเดิม หรือลิขสิทธิ์เครือข่ายที่แท้จริงให้แก่นักธุรกิจ และเป็นการสร้างสินทรัพย์ที่แท้จริง….
บอกตรงๆนะค่ะ พูดถึงเรื่องนี้ ดิฉันมักปรี๊ดเป็นประจำ ถามว่าธุรกิจที่ว่าพวกนั้นถูกกฎหมายไหม ถูกค่ะแน่นอนค่ะ แต่ ที่ปรี๊ดคือ มันไม่ถูกคุณธรรม ชอบให้ข้อมูลด้านเดียว หลอกให้คนไม่รู้ไม่เข้าใจธุรกิจเข้ามาลงทุน หลายพัน หลายหมื่น ไอ้เงินพันเงินหมื่นสำหรับเราๆมันก็คงไม่เท่าไหร่ แต่บางคนเขาไม่มีเขาไปกู้มา แล้วมาเจอไอ้ธุรกิจเห็นแก่ได้พวกนั้น ครอบครัวเขาเดือดร้อนนะค่ะ….ดิฉันรับไม่ได้จริงๆ
  • กังวลว่าขายของไม่เก่ง ขายไม่เป็น เป็นงานขายหรือป่าว
ตอบ: เรื่องขายของไม่เก่ง ไม่ใช่ปัญหาค่ะ เพราะกิฟฟารีนไม่ใช่งานขาย เพราะหาคิดกันจริงๆแล้วเดือนๆนึงคนนึงคนจะขายได้เองสักเท่าไหร่  จริงไหมค่ะ…การขายเก่งหรือไม่มันก็ขึ้นอยู่แต่ละคน บางคนเขาขายเก่ง ก็ดีไป มีรายได้เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยแต่เขาจะไม่สามารถรวยได้จากการขายเพียงอย่างเดียวแน่ะนอนค่ะ ….ฟันธง!! คุณอาจจะเคยได้ยิน หรือเห็นโฆษณาของธุรกิจอื่นๆ บนเนต ที่โม้ว่า ธุรกิจของเขาไม่ใช่งานขาย…
ไอ้เราก็งง อยู่นะค่ะว่า มันจะไม่ใช่งานขายได้อย่างไร? ก็เห็นๆกันอยู่ว่า เขากำลังขายสินค้าชัดๆ ตัวอย่างนะค่ะ เช่น เอเจล เอมสตาร์ GDI หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ เราไม่เคยได้พบได้ยินมาก่อน พวกเนี๊ยะโกหกหน้าตายเลยค่ะ… ทำไมทราบไหมค่ะ เพราะเมื่อเอ่ยชื่อบอกใครเขาไม่เคยรู้จัก และเขาก้อถามว่า เชื่อได้เหรอ ถูกกฎหมายหรือป่าว ลูกโซ่ไหม? ก็ต้องมาสาธยายกันยกใหญ่ว่า (ใช้คำว่าสาธยายกันไปเลยครับเพราะมันแสดงถึงความรู้สึกน่าเบื่อ) บริษัทของเขามั่นคงนะ จดทะเบียนถูกต้องนะ เท่านั้นยังไม่พอนะค่ะ ทีนี้พอมาถึงสินค้า ก็ ต้องมาบรรยายสรรพคุณขั้นเทพ ให้เชื่อได้ว่าหากกินเข้าไปแล้ว บรรดาหมอตกงานแน่ๆ เพราะรักษาครอบคลุมจักรวาล เพราะว่าราคาอาหารเสริมแบบเมื่อซื้อมาแล้วอาจจะต้องอดมื้อกินมื้อเพื่อซื้อสินค้าของเขาทีเดียวเชียวค่ะ
มันต่างจากกิฟฟารีน คนละเรื่อง คนไทยกว่า 80-90% รู้จักกิฟฟารีน รู้จักว่าบริษัทมั่นคง อยู่มานานแล้ว ส่วนสินค้าก็หลากหลาย ทั้งคนไทยหรือต่างชาติก็ให้ความเชื่อมั่น เพราะหากสินค้ามันไม่ดีจริงไม่คุ้มค่าเงินที่เขาจ่ายจริงมันเจ๊งไปนานแล้วหล่ะค่ะ คุณเห็นด้วยไหมเพราะสินค้าของกิฟมันขายตัวมันเองได้อยู่แล้ว เพราะชื่อเสียงและระบบสนับสนุนการทำประชาสัมพันธ์ของบริษัท   ราคาคุ้มค่าคุ้ม ราคาใช้แล้วก็อยากใช้ซ้ำ อยากได้อะไรก็ เลือกหาซื้อกันเอา แบบนี้ค่ะ บริษัทกิฟฟารีนเขาถึงกล้าบอกว่า กิฟฟารีนไม่ใช่งานขาย และจากที่ดิฉันได้เข้ามา มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
  • กังวลเรื่องจุดด้อยของตัวเอง ดึงจุดเด่นของเขาขึ้นมาให้เห็นเป็นข้อได้เปรียบ
  • คนเราส่วนมาก มักกังวลถึงข้อด้อยของตนเอง กังวลมากเสียจน มองข้ามจุดเด่นของตัวเองไปเสียหมดสิ้น คนเรามีจุดเด่นในตัวเองครับ ดึงมันออกมาใช้ ให้เกิดประโยชน์เสียบ้าง เพราะจุดเด่นต่างๆนี้ จะกลบจุดด้อยไปเอง
ตัวอย่าง 1: ผู้สนใจ ทำงานเป็น “ครู”  บอกไปเลยครับ โห พี่เป็นครูนี่ได้เปรียบนะ เพราะงานนี้คืองานถ่ายทอดความรู้ หรืองานสอนคนให้มีความรู้ คนที่เป็นครูจะมีทักษะนี้มากกว่า สายอาชีพอื่นๆ หากพี่ ลองศึกษาพวกผู้นำในธุรกิจเครือข่ายต่างๆพี่จะพบว่า คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จะเป็นครูมาก่อนกันแทบทั้งนั้น เช่น คุณวิชิต แกรนด์พาราไดซ์ พี่เล็ก ณรงศักดิ์  พี่เหรียญไดม่อนเป็นต้น
ตัวอย่าง 2คนว่างงาน  ผมมองว่าจริงๆการว่างงานเป็นอะไรที่โชคดีอย่างหนึ่งนะครับ เพราะเรามีเวลามากพอที่จำทำอะไรดีๆให้แก่ตัวเองมากมาย หลายคน ทำงานประจำและมองเป็นโอกาสอันนี้ แต่อย่างว่าระบบทุนนิยมน่ะครับ เขาใช้คุ้ม กลับมาแทบสลบ หลายคนบอกผมว่า หากเขามีเวลามากกว่านี้ก็คงใช้เวลาไม่นานก็คงจะออกจากงานประจำได้อย่างสบายๆ เมื่อตอนนี้คุณมีโอกาสแล้ว ผมแนะนำว่า ใช้โอกาสนี้ของคุณอย่างเต็มที่เลยครับ แล้ววันนีงคุณจะอุทานว่า ขอบคุณสวรรค์ ที่ทำให้ฉันตกงานในวันนั้น….
ตัวอย่าง 3ผู้หญิง: ผมมองว่างานนี้ผู้หญิงโชคดีกว่าผู้ชายนะครับ เพราะว่าผู้หญิงส่วนมากก็มักคุยกันเรื่องสวยๆงามๆอยู่แล้ว ผู้หญิงทุกคนอยากสวย ด้วยกันทั้งนั้น เมื่อเราเข้ามาสู่ธุรกิจกิฟฟารีนมีความรู้ในการรู้จักใช้สินค้าการเพิ่มความสวยความงามสาระพัด เราสามารถนำความรู้นี้มาดูแลตนเองได้ ประหยัดด้วย ได้ตังค์ด้วย เมื่อได้มีตังค์ ก็มีเงินมาบำรุงตัวเองต่อ มีความสุขมากขึ้น ยิ้มแย้มแจ่มใส่ ดูดีมีเสน่ห์ เมื่อสวยขึ้นดูดีขึ้น คนอื่นๆก็อยากดูดีขึ้นบ้าง เขาก็อาจจะมาถามเรา ความรู้เรามี เราก็บอกแนะนำเขาไปว่าเราใช้ไอ้นี้ คุ้มดีประหยัด เขาจะซื้อตามเราหรือไม่ก็เรื่องของเขา แต่ส่วนมากเขาจะ ฝากเราซื้อ หรือไม่ก็สมัครกะเราไปเลย ก็มี
ตัวอย่าง 4ผู้ชาย: ดิฉันคิดว่างานนี้ ผู้ชายได้เปรียบอยู่นะค่ะ เพราะอะไรทราบไหมค่ะ เพราะงานนี้เป็นงาน พัฒนาผู้นำ สร้างผู้นำค่ะ ผู้ชายเป็นเพศ ที่เกิดมา บุญทำกรรมแต่ง เกิดมาเป็นผู้นำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตัดสินทำอะไรมักจิตใจมั่นคง แน่วแน่ใจกว้าง ไม่หยุมหยิมคิดเล็กคิดน้อย (หากเขาไม่เป็นอย่างที่เรายกตัวอย่างมา หรือตรงข้าม เช่นโลเล หยุมหยิม จิตใจคับแคบ ก็ถือซะว่า ได้สอนเขาไปในตัวเบ็ดเสร็จ) คุณเห็นด้วยไหมค่ะ?
ตัวอย่าง วัยรุ่นธุรกิจเครือข่าย โดยเฉพาะกิฟฟารีน พี่มองว่า เหมาะกะวัยรุ่นนะค่ะ เพราะผู้มีอายุน้อยนี่ได้เปรียบนะค่ะผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน หากน้องเข้าใจ ในธุรกิจนี้จริงๆ ถึงการซื้อกิจการจริงๆแล้วไปบอกเล่าให้ ผู้ใหญ่ที่น้องเคารพรักฟัง ส่วนมากเขาจะสนับสนุนอุดหนุน เราค่ะ รายได้เราก็เพิ่มขึ้น มีเงินมาขึ้น ก็อาจจะเอาไปใช้ซื้อเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นคนนำสมัย เพื่อนๆเห็นก็อยากมีอย่างเราบ้าง ก็อาจจะถามเรา ว่าไอ้ที่เราทำอยู่นี่ทำอย่างไร สอนหน่อย แนะนำหน่อย
และที่สำคัญน้องเกิดถูกช่วงเวลาที่เทคโนโลยีอินเตอร์เนตกำลังเติบโตแบบฉุดไม่อยู่ เพราะอะไรรู้ไหมค่ะเพราะปัจจุบันและในอนาคต ผู้ใดมีเครือข่ายมากผู้นั้นจะเป็นผู้มั่งคั่ง และยิ่งน้องเริ่มต้นตั้งแต่ยังเรียนหนังสืออยู่ เอา เป็นว่าใช้เวลาถึง 4 ปีเป็นพาราไดซ์ มีราได้แค่ 50,000 บาทต่อเดือน เอาแค่ 50000ต่อเดือนพอไม่ต้องคิดเยอะ ตอนนี้น้องอายุ 19 อีก4ปี 23 พอดี  อายุ 23 มีรายได้ 50,000 ต่อเดือน ถามว่าน้องกะพี่ใครประสบความสำเร็จเร็วกว่ากัน หากพี่ ใช้เวลา 2 ปีตั้งแต่เริ่มทำอย่างจริงจังมีรายได้แค่ 50,000บาทต่อเดือน เมื่อตอนอายุ 33, 37,40,45… น้องประสบความสำเร็จเร็วกว่าพี่ใช่ไหม? เพราะชีวิตพี่เสียเวลาลองผิดถูกมามาก…กว่าจะพบโอกาสนี้ พี่มักตัดพ้อตัวเองบ่อยๆว่า ทำไม ตรูไม่เจอมันก่อนหน้านี้ฟ่ะ  เมื่อน้องพบโอกาสนี้แล้ว ขออย่างเดียว รักษามันไว้ศึกษาให้เต็มที่ ใช้สติอย่าไปหลงกับไอ้โฆษณาชวนเชื่อที่หลอกแดกเต็มบ้านเต็มเมือง……   
ตัวอย่าง ทำธุรกิจส่วนตัว: จริงๆพี่ทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ ….ผมว่า มีได้เปรียบมากๆเลยที่เข้ามาสู่ทีมงานกิฟฟารีนของเรา เพราะอะไรทราบไหมครับ เพราะว่า 1. ความรู้ที่พี่ได้รับจากระบบการตลาดออนไลน์ ต่อไปพี่สามารถนำไปต่อยอดขยายธุรกิจของพี่ได้ ต่อ ยอดทางรายได้ได้ เมื่อพี่มีความรู้ความเข้าใจในระบบมากขึ้น พี่เริ่มมีเครือข่ายมากขึ้น หมายความว่าพี่จะมี connection มากขึ้น ทั้งในแง่การขยายกิจการ การต่อยอดเพิ่มรายได้จากการ ทำเว็บไซด์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นระบบ ฝากขาย affiliate หรือรายได้จากโฆษณาที่แสดงอยู่บนเว็บไซด์ส่วนตัวของพี่….
เด๋วนี้เว็บไซด์ก็ไม่ได้ทำอะไรยาก และราคาก็ไม่ได้สูงอะไรมากนักหากเราไม่มีเวลาทำเอง ก็จ้างเขาทำครับ แต่เด๋วก่อน อย่าเพิ่งรีบทำเว็บเองนะ ใช้ของเราไปก่อนเอาให้เข้าใจอะไรดีก่อนแล้วค่อยทำเองคับ 
ส่วนเมื่อพี่สร้างเว็บหรือจ้างเขาทำเว็บก็ขอให้แค่เรารู้จักอัพเดทมันเองเป็นบ้างเท่านั้นเอง ตัวอย่าง เว็บที่ เรา ใช่อยู่ ของ tht ก็เป็นแบบ กึ่งสำเร็จ เป็นโปรแกรม “what you see what you get” และมีระบบจัดการหลังร้านตระกร้าสินค้า ฐานข้อมูลอะไรๆเรียบร้อยแล้ว และก็เป็นแบบระบบฝากขาย เพราะคนที่สนใจรายได้ออนไลน์เกิดขึ้นทุกนาที และเมื่อคนเหล่านี้มีความเข้าใจในการทำธุรกิจออนไลน์ ไม่วันใดก็วันหนึ่งเมื่อเขามีความพร้อมพอเขาก็จะ สร้างเว็บของตนเองอย่างแน่นอน
ซึ่งอย่างที่บอกรายได้จากตรงนี้หากพี่ทำเว็บเอง รายได้มันก็มาเอง เพราะเราไม่ได้ดูแลอะไร ทาง server เขาจัดการของเขาเอง ก็ เหมือนๆ มีคนเขามาลงโฆษณาบนเว็บนั่นแหละ เมื่อไม่รู้ใครมาสั่งซื้อ บริษัทเขาก็จ่ายค่าคอมให้พี่เอง แบบ pay per sale แทนที่เขาจะจ่ายรายเดือนให้เราเป็นค่าโฆษณารายเดือนแต่เขาจะจ่ายให้เราต่อคำสั่งซื้อ หรือ เมื่อมีเว็บแล้วก็สามารถ ไปสมัครเป็นเว็บพันธมิตรกะ google Adsense ได้ เราก็จะได้โค๊ดโฆษณามาติดในเว็บ เมื่อมีผู้เข้าชมเว็บ  และ คลิ๊กดูโฆษณาบนเว็บของพี่พี่ก็ได้ตังค์  แม้ตอนแรกๆรายได้จากตรงนี้มันน้อย แต่ เราไม่ได้ทำอะไรกะมันนักนิ เว็บเราก็ต้องใช้ของเราอยู่แล้ว แต่ต่อไปมันก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้นๆ เองครับ
หากพี่ต้องการรายได้หลักแสนต่อเดือน ก็มองที่ตำแหน่งพาราไดซ์เลย แต่ ตอนแรกเอาแค่โกลด์สตาร์ก่อน เมื่อพี่สมัครแล้วพี่ลองดูแผนธุรกิจกิฟฟารีนดีๆ พี่จะเห็นว่า รายได้หลักๆเริ่มที่ตำแหน่งโกลด์สตาร์ ตำแหน่งนี้มีแต่ได้กับได้ เพราะสภาพคล่องจะสูงแบ่งเอาเงินใหม่จากผลกำไรต่อเงินใหม่
ตัวอย่างเช่นรายได้โกลด์สตาร์ มักมีรายได้อยู่ที่ 2000-8000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดองค์กร นะครับ
เมื่อเราทำธุรกิจ ธุรกิจมันมีชีวิตครับ มันต้องการสภาพคล่องหรือกระแสเงินสด… เราจะเอาเงินให้ไปคลอดลูกคลอดหลานอย่างนี้ครับ เช่น เรามีรายได้มา 2000 บาท 1000 เก็บไว้ อีกพันเอาไปทำงานต่อ เช่น เอาไปซื้อสินค้าทดลอง หรือเป็นของฝาก แนะนำหรือให้เป็นของขวัญคนที่เรารักก็ได้ หรือเอาไปทำโฆษณาต่อก็ได้…เดือนถัดไป รายได้เราควรเพิ่มขึ้นครับ เช่น ได้มาเป็น 4000 เก็บไว้โฆษณาอีกสัก 800-1500 บาท ไว้ทำต่อไปแบบนี้ครับ ต้นทุนเฉลี่ยต่อเดือนอย่างที่บอกแล้วแต่จังหวะจะมากน้อยก็แล้วแต่เราครับ จะสังเกตเห็นว่า เราไม่ได้ควักทุนเก่าของเราอีกเลย ให้เงินออกไปช่วยทำงานตลอด หากทำสม่ำเสมอ ให้ความรู้ช่วยเหลือทีมงานของพี่เป็นอย่างดี รายได้เอาแค่เดือนละ30,000-50,000บาทขึ้นไปอย่างมั่นคง ต่อเดือนภายในปีสองปี เกิดขึ้นได้จริงๆ และ พิสูจน์มาแล้ว
หากเทียบอัตตาต้นทุนจากและผลตอบแทนงานงานประจำ ผมมองว่า ต่ำมากครับ เช่นค่ารถที่เราต้องออกไปทำงานแต่ละเดือน เอามาจ่ายเป็นค่าโฆษณา ผมว่ายังเหลือด้วยซ้ำ พี่ว่าไหม?   
พี่ทำธุรกิจส่วนตัวมาก่อน ตรงนี้คงมองออกอยู่แล้ว พี่จะพบว่าผลตอบแทนสูงมากเมื่อเทียบกับหน่วยลงทุน
อย่างพี่ทำธุรกิจส่วนตัวพี่เข้าใจอยู่แล้ว ว่าทำธุรกิจส่วนตัวนี่มันเหนื่อยสุดๆ ลองดูพี่ผมเชื่อมันว่า แล้วพี่จะตื่นเต้นกับ กิฟฟารีนออนไลน์ ทีมงานของเรา
โอย…อาชีพมีมากมาย ลองเก็บไปคิดเป็นการบ้านกันดูนะครับ ดึงจุดเด่นข้อได้เปรียบ กันออกมาดูครับ ที่สำคัญพยายามเสริมความมั่นใจให้เขารู้สึกตื่นเต้นไปพร้อมกับคุณ



เวลาโทรสปอนเซอร์ผู้สนใจ
1.ได้ข้อมูลเขามา เอาไปหาใน กูเกิ้ลดูก่อน เช่นอีเมล์ ดูซิทำอะไรมาบ้างบนเนต
2.หาที่ที่เรามีสมาธิครับ และ ยืนคุยจะทำให้เรามีพลัง น้ำเสียงที่มีพลังมีผลทางการตัดสินใจครับ พลังเสียงจะมีมากน้อย ก็มาจากความเข้าใจความศรัทธา ในใจของเราเองนั่นแหละ  
3. จังหวะหรือลำดับขั้น ไม่ตามตัวอย่าง ในสถานการณ์จริงไม่เหมือนกันหมด ให้มองเป็นเหมือนจิ๊กซอ
อะไรขึ้นก่อนหลังก้อได้ ขอตอบให้ตรงประเด็น แต่ เริ่มต้นกับบทสรุป มักคล้ายกันหรือเหมือนๆกัน
4.ใช้ภาษาที่เป็นกันเองนะครับ เพราะออนไลน์ เราไม่รู้จักกันมาก่อน หากใช้ภาษาที่รู้สึกจากใจ ก็พูดออกมาเถอะ สบายๆไม่ต้องคิดมาก จะช่วยให้รู้สึกสนิทใจกันมากขึ้น
ตัวอย่างบทสนทนา………
โทรไปเมื่อเขารับสาย ก็ แนะนำตัวเรา สวัสดีคุณ…. ผม/ดิฉัน  คุณได้ลงทะเบียนขอข้อมูลธุรกิจจากเว็บของดิฉัน ไม่ทราบว่า ได้อ่านรายละเอียดจากmail ตอบรับของเราแล้วหรือยังค่ะ  มีข้อสงสัยตรงไหนบ้างไหม?
หากเขา งง ไม่รู้จะถามอะไร ก็ ถามต่อเลย ว่า เขาเคยทำธุรกิจออนไลน์มาก่อนไหม เคยทำธุรกิจเครือข่ายขายตรงอะไรมาบ้างไหม?
หรือยิงคำถามแบบถามเองตอบเองไปเลย เช่น คุณสงสัยบ้างไหมว่าระบบทำงานอย่างไร? แล้วรายได้มาจากไหน? อะไรแบบนี้เป็นต้น
แล้วอธิบายเกี่ยวกับธุรกิจกิฟฟารีนออนไลน์ของเรา
 “ คืองี้นะคะก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนค่ะว่า  งานกิฟฟารีน มันก็แค่ สอนให้คนรู้จักซื้อกินซื้อใช้ รู้จักบริหารการใช้จ่ายเงินให้เกิดประโยชน์ โดยเปลี่ยนรายจ่ายเป็นรายรับจากรายรับ และพัฒนาให้กลายเป็นกิจการ แปลงสินทรัพย์เป็นทุนนั่นแหละค่ะ
ยกตัวอย่างการประหยัด ให้เขาดู เช่น แปรงสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก ครีมกันแดด
เช่นครีมกันแดด spf50 ที่จุ๋ยโฆษณาในโทรทัศน์เห็นไหมค่ะ คุณภาพเดียวกะ ชิเชโด กิฟสองร้อยกว่าบาทชิเชโด ปาเขาไปพันกว่า ของเหมือนๆกันต่างกันแค่หลอด
หรือ น้ำยาบ้วนปากของเรา 135 บาท เหมือนกัน กับ แบรนด์ในท้องตลาด ลีสเตอร์ลีน 500 ml บ้วนได้ 50ครั้ง กิฟฟารีน 150 ครั้ง ถูกกว่ากันเยอะค่ะ แถมบ้วนแล้วรู้สึกสบายปากไม่กัดปากด้วย
กิฟฟารีนมันต่างจาก ไอ้ธุรกิจเครือข่าย บ้าๆบอๆ บนเนต ตรงนี้หล่ะค่ะ คือมันเป็นการเปลี่ยนรายจ่ายเป็นรายรับจริงๆ ไม่ใช่การปั่นราคาสินค้า แพงเวอร์ แล้วมาหลอกเราแค่คุณเปลี่ยนที่ซื้อกินใช้มาซื้อกะเรา บ้าหรือป่าว ใครจะบ้ากินอาหารเสริมหรือใช้ของแพงขนาดนั้นกันได้ทุกเดือน เอาอัฐ ตาไปซื้อขนมยายนี่หว่า
บางทีก้บังคับต้องซื้อเท่านั้นเท่านี้ทุกเดือน สินค้าก็มีไม่กี่อย่าง ใครจะบ้าใช้หมดในเดือนเดียว กะของเดิมๆขนาดนั้น คุณเห็นด้วยไหมค่ะ
(ให้ความรู้สึก เข้าพวก เป็นพวกเดียวกะเขา ป้อนข้อมูลตรงใจเขา แม้เขาไม่แสดงออกมา แต่เรา เอาข้อกังขาในใจ ยัดใส่เข้าหัวเขาไปเลย)
หลังจากนั้น ก็ อธิบายต่อว่า เมื่อเรารู้แบบนี้แล้วว่า งานนี้มันแค่การเรียนรู้การใช้จ่ายเงินให้เป็นเท่านั้นเอง (ซึ่งการเรียนรู้นี้ คุณสามารถศึกษาได้จากหนังสือที่เราแจกให้ ดีวีดี หรือห้องประชุมออนไลน์แค่นี้ก็เหลือกินแล้วค่ะ) (ให้เขาเห็นความสำคัญของทีม)
[บอกกันไว้ก่อนเด๋วพวกนึกว่าต้องเดินทางไปประชุม] ส่วนการประชุมหรืออบรมกะทางบริษัท ส่วนมากพวกออนไลน์ไม่ค่อยโผล่หัวไปอ่ะค่ะ อีกอย่าง เรื่องระบบการตลาดออนไลน์ การทำงานออนไลน์ บริษัทไม่มีสอน แต่ทีมเราสอนค่ะ
ส่วนเจอกันไหม พวกเรามักนัดเจอกันเองแบบ ขำๆอ่ะค่ะ ก็นะ ทำงานออนไลน์ด้วยกันมา มันก็มีบ้างอยากเจอตัวเป็นๆกันบ้างหากมีโอกาส ใครว่างใครใคร่อยากเจอก็พวกเขาก็มากันเองอ่ะค่ะ
ทีนี้มาดูกันต่อ ว่า ไอ้เว็บไซด์ และเครื่องมือที่ทีมงานแจกให้ใช้ฟรีๆเนี๊ยะ มันทำหน้าที่อะไรบ้าง ใช้อย่างไร? 
เว็บไซด์เนี๊ยะ มันก็เหมือนหน้าร้านของคุณ นะค่ะ (ย้ำใช้คำว่าของคุณ) เมื่อรู้ว่าเว็บเป็นหน้าร้านแล้ว คุณอยากให้ร้านของคุณธุรกิจของคุณ มันเติบโต กิจการร่ำรวย ทำอย่างไรค่ะ ก็แค่ เอาร้านของคุณไปอยู่ในทำเลที่คนผ่านไปผ่านมาเยอะๆใช่ไหมค่ะ   เว็บไซด์ก็เหมือนกัน ทำไงก็ได้ให้ เว็บของคุณ เป็นที่รู้จักค่ะ
ตรงนี้แหละ…เมื่อเป็นสมาชิกแล้ว เราก็แค่มาดูกันว่า มีวิธีการใดบ้างที่จะทำให้คนต่างๆรู้จักเว็บของเรา ค่ะ มันมีทั้งวิธีฟรีๆ และเสียค่าใช้จ่าย  เราก็ศึกษามันทั้งสองวิธี เลือกวิธีที่เหมาะสมกะคุณแค่นั้นเองค่ะ
ส่วนตัวดิฉันเอง ปัจจุบันก็ทำงาน….อาชีพ…(บอกไปเถอะไม่เป็นอะไรหรอก เพราะการแนะนำตัวให้เขารู้จักเรามากขึ้น มันเพิ่มความคุ้นเคย รู้จักหัวนอนปลายเท้าว่าเขากำลังคุยกับใคร) ก็เพิ่งเข้ามาไม่นานนี้อ่ะค่ะ แต่ก็ได้ศึกษาหาทางหารายได้เสริมมาระยะหนึ่งแล้ว ก็เป็นธรรมดานะค่ะแบบ ว่าเบื่อๆงานประจำ รู้สึกว่าไม่ค่อยมั่นคง โดนเอาเวลาไปหมด เงินเดือนก็ขึ้นไม่ทันกับค่าครองชีพ ก็คิดนะค่ะว่า ทางเดียวที่จะเพิ่มรายได้ได้อย่างมั่นคงต้องมี ทำธุรกิจของตัวเอง
แต่ก่อนที่เราจะทำธุรกิจ เราต้องรู้จักสภาวะตลาดเสียก่อนใช่ไหมครับ? หมายถึงเราต้องเห็นความต้องการของตลาดเสียก่อน และถึงจะมาเลือกว่าเราจะทำธุรกิจอะไรดี? 
ทีนี้  ดิฉันได้ศึกษามาเยอะเห็นแล้วว่า พฤติกรรมของคนในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป คนต้องการมีอิสรภาพทางเวลามากขึ้น อยู่กับบ้านมากขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้นจากงานประจำ…อยากหาธุรกิจอะไรทำสักอย่างที่อยู่กับบ้านได้ หรือไปไหนมาไหนได้อย่างที่ใจต้องการ…. พวกเขารู้ว่า ธุรกิจออนไลน์ตอบโจทย์ เหล่านี้ให้เราได้ แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ ทำไงหล่ะ ในเมื่อความรู้ทางคอมพิวเตอร์ก็ มีน้อยแสนน้อย จะเปิดร้านค้าออนไลน์ก็ต้องใช้ทุนพอสมควร ต้องตุนของ จะขายของผ่านอีเบย์ พารวยหรือพาซวยก็ไม่รู้ เพราะค่าที่ออนไลน์เด๋วนี้ก็แพงเหลือเกิน จัดส่งช้าก็โดน ลดเครดิต จบกันค่ะ…
ทีนี้ เรามาดูกันต่อ เมื่อเรารู้ว่า สมัยนี้คนมีความต้องการที่จะอยู่กับบ้าน  อยากหาธุรกิจอะไรทำสักอย่างที่อยู่กับบ้านได้ เขาทำอย่างไรค่ะ? (เว้นช่วงสักระยะ2-3วิแล้วค่อยพูดต่อ)เขาจะหาข้อมูลบนเนต เข้าgoogle หารายได้เสริมอาชีพเสริม….นั่นหล่ะครับ เป็นเหตุผลให้เราได้มีโอกาสคุยกันในวันนี้ เราแค่ใช้เทคนิคในการทำตลาดคัดกรองผู้สนใจติดต่อหาเราก่อน ง่ายๆแค่นี้เอง
แต่จากที่คุยกันมานี้ดิฉันไม่ได้หมายความว่า การทำออฟไลน์จะไม่สำคัญนะค่ะ เมื่อเราเป็นนักธุรกิจอะไรที่ถูกต้องถูกทำนองครองธรรม เราทำได้เราก็ทำ…
ทีนี้ หลังจากเรารู้กันแล้วว่าอ๋อ…ที่มาของเงินมามาแบบนี้ ถึงว่ามีโฆษณาธุรกิจเสริมกันเต็มไปหมด หาในกูเกิ้ลดู พวกก็บอกว่าของเราทำแล้วรวยเร็วรวยไว และไม่ใช่งานขาย? มันจริงอย่างที่เขาว่าไหม?
คืองี้ค่ะ มันหมกเม็ดแบบนี้ บอกข้อมูลด้านเดียว  
คุณเคยเห็นพวกโฆษาณาธุรกิจเสริมออนไลน์ใช่ไหมค่ะ ตัวอย่างนะค่ะ เช่น เอเจล เอมสตาร์ GDI หรืออะไรก็แล้วแต่  ที่เราไม่เคยได้พบได้ยินมาก่อน พวกเนี๊ยะโกหกหน้าตายเลยค่ะ… ทำไมทราบไหมค่ะ เพราะ เมื่อเอ่ยชื่อไปบอกใครชวนใคร เขาไม่เคยรู้จัก และเขาก้อถามว่า เชื่อได้เหรอ ถูกกฎหมายหรือป่าว ลูกโซ่ไหม? ก็ต้องมาสาธยายกันยกใหญ่ว่า (ใช้คำว่าสาธยายกันไปเลยครับเพราะมันแสดงถึงความรู้สึกน่าเบื่อ) บริษัทของเขามั่นคงนะ จดทะเบียนถูกต้องนะ เท่านั้นยังไม่พอนะค่ะ ทีนี้พอมาถึงสินค้า ก็ ต้องมาบรรยายสรรพคุณขั้นเทพ ให้เชื่อได้ว่าหากกินเข้าไปแล้ว บรรดาหมอตกงานแน่ๆ เพราะรักษาครอบคลุมจักรวาล เพราะว่าราคาอาหารเสริมแบบเมื่อซื้อมาแล้วอาจจะต้องอดมื้อกินมื้อเพื่อซื้อสินค้าของเขาทีเดียวเชียวค่ะ
มันต่างจากกิฟฟารีน คนละเรื่อง คนไทยกว่า 80-90% รู้จักกิฟฟารีน รู้จักว่าบริษัทมั่นคง อยู่มานานแล้ว ส่วนสินค้าก็หลากหลาย ทั้งคนไทยหรือต่างชาติก็ให้ความเชื่อมั่น เพราะหากสินค้ามันไม่ดีจริงไม่คุ้มค่าเงินที่เขาจ่ายจริงมันเจ๊งไปนานแล้วหล่ะค่ะ คุณเห็นด้วยไหมเพราะสินค้าของกิฟมันขายตัวมันเองได้อยู่แล้ว เพราะชื่อเสียงและระบบสนับสนุนการทำประชาสัมพันธ์ของบริษัท   ราคาคุ้มค่าคุ้ม ราคาใช้แล้วก็อยากใช้ซ้ำ อยากได้อะไรก็ เลือกหาซื้อกันเอา แบบนี้ค่ะ บริษัทกิฟฟารีนเขาถึงกล้าบอกว่า กิฟฟารีนไม่ใช่งานขาย และจากที่ดิฉันได้เข้ามา มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
ไม่ใช่ธุรกิจพวกนั้นเริ่มต้นก็โกหกกันแล้ว คนเริ่มต้นก็โกหกกันมันเชื่อไม่ไห้แล้วหล่ะค่ะ
ในกิฟฟารีนหากเราดูแผนคู่มือธุรกิจแล้ว และต้องการรายได้มีรายได้พ้นเพื่อออกจากงานประจำ  ก็มองที่ตำแหน่งพาราไดซ์เลยค่ะเพราะรายได้หลักแสนเริ่มงานตำแหน่งนี้ แต่ ตอนแรกเอาแค่โกลด์สตาร์ก่อน
คุณจะพบว่า รายได้หลักๆเริ่มที่ตำแหน่งโกลด์สตาร์ ตำแหน่งนี้มีแต่ได้กับได้ และที่สำคัญเขาประกัน%ผลตอบแทน ไม่ใช่ประกันยอด ขึ้นแล้วลง เหมือนหลายๆธุรกิจ ยิ่งทำยิ่งเครียด ยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้ทำไมทราบไหมค่ะเพราะธรรมชาติของธุรกิจนั้นมันมีขึ้นมีลง และไอ้ที่เป็นแล้วไม่รวยก็เพราะ หากยอดไม่ถึง %ก็ตก กลัว%ตก ก็ รูดบัตรกันเข้าไป รู้ตัวอีกทีของเต็มบ้าน แต่กิฟฟารีนไม่ใช่อย่างนั้นเลย
เดือนนี้ยอดกลุ่มเราไม่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าเดือนหน้าจะไม่ดีด้วย % ปันผลเราก็ได้เท่าเดิม สอดคล้องกับธรรมชาติของธุรกิจ ยิ่งทำยิ่งรวย ยิ่งมีความสุข ค่ะ
และตรงตำแหน่งโกลด์สตาร์เนี๊ยะ หากพี่ดูแผนแล้ว จะพบว่าเป็นตำแหน่งที่มี สภาพคล่องจะสูงคือเราสามารถแบ่งเอาเงินใหม่จากผลกำไรต่อเงินใหม่ ค่ะ
ตัวอย่างเช่นรายได้โกลด์สตาร์ ใหม่มักมีรายได้อยู่ที่ 2000-8000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดองค์กร นะค่ะ
เมื่อเราทำธุรกิจ ธุรกิจมันมีชีวิตค่ะ มันต้องการสภาพคล่องหรือกระแสเงินสด… โดยเราจะเอาเงินใหม่ให้ไปคลอดลูกคลอดหลานอย่างนี้ค่ะ เช่น เรามีรายได้มา 2000 บาท 1000 เก็บไว้ อีกพันเอาไปทำงานต่อเงิน 1000ที่ให้มันไปทำงาน นั้นเป็นเงินใหม่นะค่ะไม่ใช่เงินเก่า เช่นเราอาจจะเอาไปซื้อสินค้าทดลอง หรือเป็นของฝาก แนะนำหรือให้เป็นของขวัญคนที่เรารักก็ได้ หรือเอาไปทำโฆษณาต่อก็ได้…เขาใช้ดีถูกใจต่อไปก็อาจจะฝากเราซื้อ แน่นอนเดือนถัดไป รายได้เราควรเพิ่มขึ้นค่ะ เช่น ได้มาเป็น 4000 เก็บไว้โฆษณาอีกสัก 800-1500 บาท ไว้ทำต่อไปแบบนี้ค่ะ ต้นทุนเฉลี่ยต่อเดือนอย่างที่บอกแล้วแต่จังหวะจะมากน้อยก็แล้วแต่เราค่ะ จะสังเกตเห็นว่า เราไม่ได้ควักทุนเก่าของเราอีกเลย ให้เงินออกไปช่วยทำงานตลอด หากทำสม่ำเสมอ ให้ความรู้ช่วยเหลือทีมงานของพี่เป็นอย่างดี รายได้เอาแค่เดือนละ30,000-50,000บาทขึ้นไปอย่างมั่นคง ต่อเดือนภายในปีสองปี เกิดขึ้นได้จริงๆ และ พิสูจน์มาแล้ว
หากเทียบอัตตาต้นทุนจากและผลตอบแทนงานงานประจำ ผมมองว่า ต่ำมากครับ เช่นค่ารถที่เราต้องออกไปทำงานแต่ละเดือน เอามาจ่ายเป็นค่าโฆษณา ผมว่ายังเหลือด้วยซ้ำ คุณว่าไหม?   
ใหม่ๆก็ไม่รู้เรื่องอะไร แต่พอได้เข้ามาศึกษาแล้ว บอกตรงๆดิฉันตื่นเต้นค่ะ (ตื่นเต้นที่โทรคุยกะคุณนี่แหละ กร๊าก… ไม่ต้องบอกเขานะ)    แบบ ว่าเฮ้ย เงินหรือธุรกิจมันไม่ยากเลยนี่หว่า
เครื่องมือพร้อม ปัจจัยพร้อมแค่เอามันไปใช้เท่านั้นเอง….ตอนแรกดิฉัน สมัครเข้ามาก็กะทำเอาขำเป็นรายได้เสริมนะค่ะ แหมก็ค่าสมัครตลอดชีพ แค่ 180 บาทเท่านั้นเอง แต่พอศึกษาไปศึกษามา ชักไม่ขำแล้วค่ะ มันรวยได้ไม่ยากเลย หากแบ่งเวลาดูหนังดูละครมาศึกษาลองทำสักปี เงินรายได้พิเศษหลักหมื่น นี่ไม่ยากเลยอ่ะค่ะ คุ้มกว่างานประจำเยอะ แต่ละปี เงินเดือนขึ้นมาได้เดือนละไม่กี่ร้อยบาท
พูดกันตรงๆเลยนะค่ะ จากที่ดิฉันได้เข้ามา ดิฉันมองว่าแค่ได้ความรู้ไปไม่ต้องนับถึงผลกำไรตอบแทน ดิฉันว่า มันเป็นกำไรชีวิตที่เกินคุ้มจริงๆค่ะ (จริงๆแล้วไม่ต้องดิฉันก็ได้นะ จะแทนชื่อตัว หรือ พี่ ก็ว่ากันไปเลย ปรกติ ในตำราธุรกิจ เขาจะให้ใช้สรรพนามแทนตัว ว่าผม ดิฉัน ห้ามใช้คำว่า พี่…น้องอะไรทำนองนี้ แต่โลกมันเปลี่ยนไป ตำราเดิมๆอย่ายึดติดมากนัก)
เพราะสมัยนี้นะคะ ส่งลูกเรียนพิเศษแต่ละครอส ก็ปาเข้าไปเป็นพันแล้วหล่ะคะ แต่ที่นี่ ความรู้ในการทำธุรกิจออนไลน์หาไปลงเรียนเอง เครืองมือทำมาหากินยังไม่มีให้ก็คงเสียกันครอส์ละเหยีบหมื่นเข้าไปแล้ว
จากที่เราคุยกันมานี่ คุณคงเห็นภาพแล้วว่า คุณจะเปลี่ยนรายจ่ายในชีวิตประจำวันให้เป็นเงินแสนเงินล้านได้อย่างไร  คุณมีข้อสงสัยอะไรเพิ่มเติมไหมค่ะ
หากคุณสนใจสมัคร การสมัครมีสองวิธีค่ะ ก็เดินทางไปสมัครด้วยตนเองก็ได้
สอง ให้ทีมงานสมัครให้ค่ะ ดิฉันแนะนำว่าให้ทีมงานสมัครให้สะดวกดีกว่า เพราะทางทีมงานจะให้ดีวีดี และเอกสารเพิ่มเติมไปด้วย เพราะในชุดสมัครที่ศูนย์มันมีแค่ คู่มือแผนธุรกิจกะแคตตาล็อกสินค้า เท่านั้นเอง แต่หากคุณสะดวกไปสมัครเองก็เอาชื่อรหัสผู้แนะนำของดิฉันไปกรอกในใบสมัครค่ะ
หากได้รหัสแล้วก็แจ้งดิฉัน นะค่ะจะได้ส่ง ดีวีดีกะเอกสารเพิ่มเติมไปให้ และ จะได้ส่งลิงค์ก็ลงทะเบียนใช้เครื่องมือต่างๆค่ะ
ไม่ทราบว่าคุณ สะดวกสมัครแบบไหนค่ะ?
แล้วชำระค่าสมัครได้ทางไหนค่ะ…(หากเขาเอ่ยถามเรื่องวิธีการโอนเงิน ก็พูดไปอย่างนี้ก็ได้หากคุณมั่นใจ)
ก็แล้วแต่สะดวกค่ะ เด๋วดิฉันเมล์แจ้ง เลขที่บัญชีให้ค่ะ สะดวกก็โอนค่ะปกติ หากคุยกันโอเคแล้ว ดิฉันมักจะถือเอาความสะดวกดิฉันค่ะ เพราะเวลาไปออกรหัสก็จะไปพร้อมกันทีเดียวเลย…ไม่ค่อยรอโอนเงินเท่าไหร่…คนเราจะทำงานร่วมกัน เรื่องเงินเล็กน้อยๆแค่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อ่ะค่ะ สะดวกว่าเมื่อไหร่ก็โอนมานะค่ะ หากลืมเด๋วตามทวงค่ะ อิอิ
แต่หากไม่ถาม ควรรอแจ้วโอนเงินก่อน….
จบแล้วเย้ ง่วงอย่างแรง….เกือบ ตีสี่….  
-----------------------------------------------------------
การเปิดใจเพื่อนไม่ได้ มันเป็นเรื่องธรรมดาครับ ถามว่า ทำไมเพื่อนมันจะไม่เข้าใจ มันเข้าใจ แต่เพราะตัวทิฐิ อาจจะทำให้เขายังไม่ยอมรับ
ผมเชื่อมั่นว่า เขาคอยจับตาดูคุณอยู่ห่างๆ มีสองอย่างที่เขาจับตาดูอยู่
มีอยู่ไม่กี่สาเหตุ ที่ไม่สนใจ 

1. ถ้ากรูเชื่อเมิง ก็เสียฟอร์มดิ 
2. มันจะไปได้สักกี่น้ำ
3. หากคุณสำเร็จเขาถึงจะเขามาถามอีกครั้งให้คุณแนะนำเขาหน่อย
4. ชีวิตนี้กรูจะอยู่แบบนี้อย่าให้ทำอะไรเลย
5. มีกิจการอื่นๆที่ต้องดูแลมากพออยู่แล้ว
เพื่อนๆหรือคนใกล้ชิดนะครับ เริ่มต้นไม่ต้องเอ่ยถึงธุรกิจหรอกบางที เอาสินค้านี่แหละแบ่งให้เขาใช้บ้าง ทำตัวให้พริ้งเข้าไว้ ให้มันอิจฉาเล่น
ต้องแยกประเภทคนนะ ทุกคนมีความต้องการต่างกัน สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราอาจจะไม่มีความหมายใดๆสำหรับเขาเลยก็ได้
ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จครับ จำไว้นะครับว่า สม่ำเสมอ คิดบวก ปัญหามีไว้แก้ไม่ได้มีไว้กลุ้มครับ
แล้วเพื่อนๆจะปลูกมะม่วง ก็ได้มะม่วง คงไม่เป็นมะละกอไปได้หรอก อิอิ
เช ยุวบูรณ์


 http://anattara.com/?id=10789

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น